กลีบอุบลตะหง่านฟ้า​

อุโบสถหลวงพ่อเจ้าสัว

เมื่อสมัยอยุธยาตอนปลาย-กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (รัชกาลที่ ๓-๔) พระบริบูรณ์ธนากร (เจ้าสัวพุก แซ่ตัน) พ่อค้าเรือสำเภาชาวจีน ได้เริ่มบูรณะซ่อมแซมอุโบสถ ซึ่งมีลักษณะโค้งแอ่นเหมือนเรือสำเภาเล็กน้อย พร้อมกับให้ช่างจิตกรชาวจีนเขียนภาพจิตรกรรมบนฝาผนังแสดงเรื่องราวเครื่องมงคล เครื่องบูชาของชาวจีน นอกจากสร้างถวายเป็นพุทธบูชาแล้ว ส่วนหนึ่งด้วยคิดว่าให้เป็นอนุสรณ์แก่ตนเอง และหลังจากนั้นได้บูรณะวิหารเป็นอนุสรณ์แก่ภรรยา จึงเรียกได้ว่า ทั้งอุโบสถและวิหารแห่งนี้ คืออนุสรณ์สถานแห่งความรัก ความเมตตาต่อกันโดยแท้

การพระราชทานวิสุงคามสีมา เข้าใจว่าได้รับพระราชทานมาแต่เดิมประมาณ พ.ศ. ๒๒๙๑ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๔๘.๖๐เมตร ยาว ๕๐.๗๐ เมตร

ภาพก่อนบูรณะปี ๒๕๕๕

ภาพหลังบูรณะ

ปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ หลวงพ่อพระกิตติโสภณวิเทศ​ (เศรษฐกิจ สมาหิโต) เจ้าอาวาส พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ ได้บูรณะอุโบสถใหม่ยกขึ้นเป็น ๒ ชั้น เนื่องจากเดิมเป็นชั้นเดียวและระดับพื้นต่ำกว่าน้ำคลองหลังวัด ทำให้น้ำซึมขึ้นมาพื้นอุโบสถเปียกแฉะ ภาพจิตรกรรมโบราณเป็นเชื้อราผุร่อนล่วงลงมา และส่วนหลังคาได้ชำรุดทรุดโทรมผุหักพังลงมาอยู่เรื่อยๆ ทางวัดจึงได้บูรณะใหม่ยกขึ้นเป็น ๒ ชั้น เป็นสีขาวตั้งตระหง่านมีราวบันไดพญานาคราชคู่ทอดกายลงเพื่อเฝ้ารัักษาคุ้มครอง พร้อมกันได้ซ่อมแซมภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าโบราณทั้งหมดด้วย หลังจากนั้น ได้ทำพิธียกช่อฟ้า เป็นการปิดโครงการบูรณะในปีพุทธศักราช ๒๕๕๗

ปัจจุบันอุโบสถบันไดพญานาคราชสีขาวตั้งตระหง่านฟ้าดูเจิดจรัสดั่งดอกอุบลขาวที่กำลังเบิกบานรับแสงอาทิตย์ในยามเช้า ให้ผู้คนได้สัมผัสถึงความสงบและความสุขเมื่อได้พบเห็น

พระพุทธประธานหล่วงพ่อเจ้าสัว

ในขณะที่สร้างอุโบสถ พระบริบูรณ์ธนากร (เจ้าสัวพุก แซ่ตัน) ได้อัญเชิญพระพุทธรูปจากเมืองสุโขทัยมาประดิษฐานเป็นพระประธานไว้บนอุโบสถ และวิหาร พระพุทธประธานเป็นโลหะสัมฤทธิ์ปางมารวิชัยทั้งคู่ โดยเฉพาะพระประธานบนอุโบสถมีพระพักตร์และสัดส่วนงดงามยิ่ง

 

หลังจากที่หลวงพ่อพระกิตติโสภณวิเทศ (เศรษฐกิจ สมาหิโต) เจ้าอาวาส ได้บูรณยกอุโบสถขึ้นแล้ว จากนั้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๗ ได้ปิดทององค์พระพุทธประธานใหม่และสร้างฐานองค์พระใหม่ด้วยการปั้นเป็นมังกร ๘ ตัว พันเกลียวกันขึ้นเป็นฐานพระ (ด้านหน้า ๕ ตัว ด้านหลัง ๓ ตัว) เพื่อทรงไว้ซึ่งศิลปและความเชื่ออันเป็นมงคลของชาวจีน และเป็นคติธรรมในทางพระพุทธศาสนา คือ มรรคมีองค์ ๘ เป็นทางไปสู่พระนิพพาน และหากแยกเป็น ๒ ส่วนคือ ฐานด้านหน้ามังกร ๕ ตัว หมายถึง พละคือกำลัง ๕ ฐานด้านหลัง คือ ไตรสิกขา ๓ อย่าง ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งธรรมเหล่านี้เป็นกำลังและแนวทางแห่งการหลุดพ้นสู่บรมสุข

 

ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ ทางวัดได้อัญเชิญยกฉัตรมงคลขึ้น ตามรูปแบบพระประธานเดิมที่เคยมีอยู่แล้วก่อนบูรณะ แต่เดิมนั้นเป็นฉัตรผ้าขาว ปัจจุบันได้ทำการหล่อเป็นฉัตร ๕ ชั้น ด้วยทองเหลืองปิดทองคำเปลวถวายเป็นพุทธบูชา

ภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณเครื่องไหว้มงคลจีน และภาพพระพุทธประธานบนบัลลังก์มังกรในปัจจุบัน

ประตูอุโบสถสีแดงเห็นสะดุดตา กับภาพเทพทวารบาลจีนสวมมงกุฏไทยบนกิเลน แสดงถึงวัฒนธรรมร่วมสมัยของไทย-จีน

สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมากราบนมัสการพระประธานและทอดพระเนตรภาพจิตรกรรมจีนบนอุโบสถ

เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๖ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐

© 2023 by Wat Nakprok Phasichareon Bangkok